More than art @ Moca Bangkok
"ศิลปะ" มีความสำคัญเป็นอย่างมากและได้ถูกกำหนดให้นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็น
ศาสตร์สำคัญที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
สร้างจินตนาการ รู้จักในการชื่นชมความงาม มีสุนทรียภาพ
ความมีคุณค่าในตนเองและสิ่งแวดล้อม
ซึ่งมีผลต่อคุณภาพ ชีวิตมนุษย์
กิจกรรมทางศิลปะช่วย พัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม
ตลอดจน นำไปสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อม
ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง
อันเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพได้
และในวันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอแหล่งการเรียนรู้ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครที่ช่วย
ส่งเสริมเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
คือ MOCA Museum of Contemporary Art หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย
MOCA Museum of Contemporary Art หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย เป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทวัตถุและอาคารสถานที่ หมายถึง วัตถุและอาคารสถานที่ ที่มีศักยภาพเป็นแหล่งความรู้ให้กับผู้เข้าศึกษาเรียนรู้ เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม
2555 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บบันทึกรวบรวมประวัติศาสตร์ทางศิลปะไทยที่น่าสนใจ
เกิดขึ้นจากรากฐานทางวัฒนธรรมอันยาวนานและองค์ความรู้ทางศิลปะแบบสากล โดยจะเน้นงานเขียน
ของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากรชาวเมืองฟลอเรนช์ ประเทศอิตาลี ก่อให้เกิดเป็นงานศิลปะไทยร่วมสมัย
ที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ว่าประเทศไทยเป็นชาติที่มีอารยะ
วิสัยทัศน์
เป็นรากฐานอันมั่นคงและช่วยส่งเสริมให้ "สังคมศิลปะ"
ในประเทศไทยเจริญงอกงามในทุกแขนง
พันธกิจ
1. เพื่อให้ศิลปะและวัฒนธรรมไทยดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทย
2. เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมผลงานทางศิลปะที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของศิลปินไทย
3. เพื่อปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนไทยรักในงานวัฒนธรรมของตน
4. เพื่อเผยแพร่ผลงานศิลปะไทยสู่สาธารณะชนและอารยะประเทศ
5. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สร่างสรรค์งานศิลปะได้มีโอกาสแสดงแนวคิดของตนสู่สาธารณชน
6. เพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจได้ศึกษาและเรียนรู้รูปแบบการสร้างสรรค์
กลวิธีที่หลากหลาย แรงบันดาลใจของศิลปินแต่ละท่าน
ผู้เขียนมีโอกาสดีได้เรียนรู้และชมพิพิธภัณฑ์ในเดือนมกราคม 2557 ที่ผ่านมา โดยในช่วงนั้นพิพิธภัณฑ์ MOCA นำเสนอนิทรรศการถาวร ชุด “Art longa , vita brevis” หรือ “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” ซึ่งเป็นวลีประจำตัวของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากร ชาวเมืองฟลอเรนซ์ประเทศอิตาลี ผู้มาขัดเกลาและดึงศักยภาพของลูกศิษย์แต่ละรุ่นให้เฉิดฉายออกมา โดยท่านได้วางหลักสูตรจิตรกรรมและประติมากรรมโดยอาศัยหลักวิชา Academic Art ที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน ก่อให้เกิดเป็นศิลปะร่วมสมัยและเป็นที่ยอมรับของนานาอารยะประเทศ จึงเป็นที่มาทำให้ลูกศิษย์ของท่านนำแนวคิดของท่าน มาสร้างสรรค์ผลงาน และร่วมกันจัดแสดงผลงานทั้งศิลปะไทย ศิลปะต่างประเทศในหลายแนวทาง อาทิ ศิลปะแนวเหมือนจริง ศิลปะกึ่งนามธรรม ศิลปะนามธรรม ศิลปะเพื่อชีวิต เป็นต้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน และกลุ่มผู้ชมวัยทำงาน ทั้งความงดวิจิตร ความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญคือการตีความภาพเขียนที่ศิลปินถ่ายทอดให้ผู้ชมขบคิดตามกันไป
![]() |
| “ยักษ์ต้นแบบ” ผลงานของคุณสมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ |
เมื่อเข้ามาถึงนิทรรศการแล้ว
ภาพแรกที่ขอนำเสนอเป็นที่เตะตาน่าสนใจ คือ “ยักษ์ต้นแบบ” ผลงานของคุณสมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ ผลงานที่มากกว่าภาพเขียนสีน้ำมัน
สะท้อนให้เห็นว่ายักษ์อาจไม่จำเป็นต้องน่าเกลียด น่ากลัว ผมหยิก ตัวดำ ตาโปน
ผิวหยาบ ดุร้ายที่เราเรียกว่ายักษ์ชั้นต่ำ หรือจะเป็นยักษ์ชั้นสูงมีรูปร่างสวยงาม
มีเครื่องประดับ มีรัศมี เหมือนที่เราคิด แต่อาจอยู่ในคราบของคนที่ภายนอกหน้าตาดูดี
แต่มีนิสัยเฉกเช่นเดียวกันกับยักษ์ ดุร้าย ชอบของสดคาว
(เอาเปรียบไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจ ไม่เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ดูดเลือดดูดเนื้อกับผู้ที่ต่ำกว่า)
จึงเป็นแง่คิดสอนให้วัยรุ่นที่คิดจะคบหากัน
สังเกตแต่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูเนื้อใน นิสัยใจคอของคนๆนั้น
เราก็อาจตกเป็นเหยื่อของคนกลุ่มนี้ได้ จึงเป็นแง่คิดสอนใจให้เรารู้จัก
มองคนทั้งภายนอกและภายใน อย่ามองแต่เปลือก
สอนให้เรารู้จักการเลือกรักใครสักคนอย่างมีสตินั่นเอง
![]() |
| “ราตรีศรีมหานคร” ผลงานของคุณปรีชา ปั่นกล่ำ |
“ราตรีศรีมหานคร” ภาพเขียนสีอะคริลิคของคุณปรีชา ปั่นกล่ำ ภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ชีวิตที่มีหลากหลายแนวทางของวัยรุ่นในสังคมที่เต็มไปด้วยสีสัน พลังที่มีอยู่ในตัววัยรุ่นสามารถสร้างสรรค์และแต่งแต้มให้เป็นสังคมที่เติมเต็มไปด้วยจินตนาการที่แปลกใหม่ ต่างไปจากเดิม อีกส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเร่งรีบของผู้คนในสังคมในการทำภารกิจชีวิตประจำวัน บางคนอาจจะไปทำงานเพื่อนำเงินมาใช้เลี้ยงปากท้อง เลี้ยงครอบครัว นักเรียนนักศึกษาก็ต้องเร่งรีบไปเพื่อที่จะไปเรียนหนังสือด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม แต่ภาพนี้ก็ทำให้เราได้เห็นถึงการยอมรับในวิถีของความเป็นมหานครไม่ว่าจะยากลำบากในการใช้ชีวิตเพียงใด เราก็ต้องเรียนรู้เพื่อจะปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ในมหานคร “กรุงเทพ” แห่งนี้ให้ได้และอยู่อย่างมีความสุข
![]() |
| “สนทนากับเธอ” ผลงานของคุณประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์ |
“สนทนากับเธอ” ผลงานของคุณ ประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์
นำเสนอแนวคิด ถึงวัยรุ่นที่มักจะให้ความสำคัญกับแฟนหรือคนรักมากกว่าพ่อแม่
ไม่สนใจว่าแฟนจะเป็นอย่างไรนอกจากความรักที่มีมอบให้กันเท่านั้น
จากภาพจะเห็นได้ว่าผู้ชายถึงแม้จะตายกลายเป็นโครงกระดูกแล้ว
ผู้หญิงก็ยังโหยหาอาลัยและยังอยากคุยกับผู้ชายคนนั้นอยู่ โดยไม่คิดถึงความเป็นจริงว่าคนตายกับคนที่ยังมีชีวิต
ไม่มีวันที่จะรักกันทางกายได้อีกต่อไป
เหลือเพียงแต่ความทรงดีๆที่มอบให้กันเท่านั้น จึงเป็นข้อคิดสำคัญ
ให้รู้จักอยู่กับปัจจุบัน ไม่ยึดติดกับอดีต
ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดและรู้จักให้ความสำคัญกับคนที่เรารักอย่างเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป
สิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่เราจะรักใครได้
ต้องรู้จักเริ่มที่จะรักตนเองให้เป็นก่อนที่เราจะไปรักทุ่มเทชีวิตให้กับคนอื่น
![]() |
| “การก้าวเดินของชีวิต” ผลงานของคุณเดชา บุญค้ำ |
“การก้าวเดินของชีวิต” ผลงานของคุณเดชา บุญค้ำศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2549 สาขาทัศนศิลป์
(จิตรกรรม) มีแนวคิดว่าคนเราเปลี่ยนแปลงเรื่องราวที่ผ่านพ้นมาในอดีตไม่ได้
แต่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ จงก้าวเดินต่อไป จงหาเป้าหมายของชีวิตตั้งแต่ตอนนี้
จงจับจ้องที่เป้าหมาย ไม่ใช่จับจ้องที่อุปสรรค แล้วชีวิตของเราก็จะก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและมีความสุข
เพราะโลกทั้งโลกมักเปิดทางให้กับคนที่รู้ตัวว่าเขาจะเดินทางไปในทิศทางใด
ขอให้ท่านจงเดินไปข้างหน้า ระยะทางหมื่นลี้ ย่อมเริ่มต้นจากก้าวแรกเสมอ ถ้าไม่กล้า...ก็ไม่มีวันเดินหน้า....
คนเราเมื่อไม่กล้าที่จะทำอะไร ก็ไม่ควรหวังว่าจะได้อะไร
จงกล้าที่จะไปตามหาความฝันของตนเอง
นอกจากภาพที่เราได้มีโอกาสนำมาให้ท่านได้ชมแล้ว
ยังมีผลงานศิลปะอีกมากมายจากต่างประเทศให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศภายใต้แนวคิด
“Art longa , vita brevis” หรือ “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” เพราะศิลปะแนวทางนี้เป็นการผ่อนคลายอีกรูปแบบหนึ่ง
โดยการระบายความรู้สึกนึกคิด หรือความคับข้องใจออกมา
ความรู้สึกของมนุษย์นั้นมีทั้งความสุข ความทุกข์ ความเจ็บปวด ความฝัน และความหวัง
ความรู้สึกเหล่านี้สามารถระบายออกได้ โดยผ่านสื่อทางศิลปะอย่างอิสระ
รวมทั้งพัฒนาจิตใจ ให้เป็นคนที่มีสุขภาพจิตดี
นอกจากการพัฒนาตนเองได้แล้ว ยังสามารถนำไปใช้ในการบูรณาการการจัดแสดงนิทรรศการ MOCA Museum of Contemporary Art
กับการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนการเรียนรู้ศิลปะตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
สาระที่ 1
|
ทัศนศิลป์
|
มาตรฐาน ศ 1.1
|
สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ
และความคิดสร้างสรรค วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม
และ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน
|
ตัวชี้วัด
|
ข้อที่ 8 วิเคราะห์และอภิปรายรูปแบบ
เนื้อหาและคุณค่าในงานทัศนศิลป์ ของตนเอง และผู้อื่น
หรือของศิลปิน
|
สาระการเรียนรู้แกนกลางตามตัวชี้วัด
|
การวิเคราะห์รูปแบบ เนื้อหา และคุณค่าในงานทัศนศิลป์
|
โดยการจัดเรียนการสอนผู้สอนอาจสอนเนื้อหาทฤษฎีและหลักการในวิเคราะห์รูปงานของงานทัศนศิลป์ให้กับนักเรียนก่อน
รวมทั้งให้นักเรียนอภิปรายรูปภาพที่ผู้สอนอาจจัดเตรียมไว้ให้เพื่อเป็นการฝึก
วิเคราะห์และอภิปราย รูปแบบให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และเป็นไปตามแบบแผน
หลังจากนั้นผู้สอนพานักเรียนไปทัศนศึกษาที่ MOCA Museum of Contemporary Art และมอบหมายชิ้นงานให้นักเรียนเลือกรูปภาพที่สนใจ
ถ่ายภาพชิ้นงานของศิลปินที่ชื่นชอบ และนำกลับไปวิเคราะห์
อภิปรายฝึกการตีความเป็นชิ้นงาน นักเรียนนำงานมาเสนอเพื่อนหน้าห้อง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ก็จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ทำให้นักเรียนเกิดความรู้และคงทนในการจดจำ
และนำไปต่อยอดสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ของตนเองต่อไปในอนาคต
ผลการจัดการเรียนรู้ที่นักเรียนจะได้รับหากจัดการเรียนการสอนแบบดังกล่าว มีหลายประการ ได้แก่
1. ด้านความรู้ ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในวิธีวิเคราะห์รูปแบบงานทัศนศิลป์ตามหลักการวิเคราะห์ที่ครูเป็นผู้ถ่ายทอด
และรู้จักวิธีวิเคราะห์อย่างเป็นระบบในชิ้นงานของศิลปินที่ครูพาไปทัศนศึกษาและมอบหมายงาน
2. ด้านเจตคติ ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ชิ้นงานและแสดงออกทางความรู้สึก
ความคิดเห็นของตนที่มีต่อชิ้นงานของศิลปิน โดยอาจเป็นไปในทางบวกหรือทางลบ
ในลักษณะความชอบ ความพึงพอใจ ความสนใจ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยในทัศนะของตน
3. ด้านทักษะ ผู้เรียนมีทักษะในการวิเคราะห์ วิจารณ์ วิพากษ์ สังเคราะห์
ตีความ และประเมินค่า ชิ้นงานของศิลปินที่นำมาทำชิ้นงานของตนเอง
และที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมชั้นเพื่อให้เกิดความคิดเห็นที่สร้างสรรค์อย่างหลากหลาย
4. กระบวนการต่างๆ
ผู้เรียนมีกระบวนแสวงหาความรู้ในการสืบค้นความรู้เพิ่มเติม สัญลักษณ์ สี
และความหมายที่แฝงอยู่ในชิ้นงานศิลปะ เช่น สีแดงเข้ม หมายถึง ความมุ่งมั่น, ความคลั่งไคล้, ความโกรธ, ความตึงเครียด สีส้มแดง หมายถึง
ความปรารถนา, เรื่องทางเพศ, ความแข็งกร้าว, การครอบครองเพิ่มเติมจากที่ผู้สอนได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนในชั้นเรียน
จะเห็นได้ว่าในการไปเรียนรู้ที่ MOCA
Museum of Contemporary Art หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย มีประโยชน์ต่อตนเอง
และการนำไปใช้จัดการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก หากท่านใดที่สนใจก็สามารถไปเยี่ยมชมได้ที่
พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย
กรุงเทพ เข้าชมได้ทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-18.00
น. ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตามแผนที่ด้านล่างนี้
อย่าพลาดโอกาสดีๆที่เราจะได้สัมผัสกับสุนทรียะของศิลปะ อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆของเราทุกคน
![]() |
| แผนที่เดินทางมายัง MOCA Museum of Contemporary Art หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย |
..............................................
ที่มาและเอกสารอ้างอิง
1. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้และเครือข่าย
จาก http://web.bsru.ac.th/~direkkung/lesson7
2. Museum of Contemporary Art
จาก http://www.mocabangkok.com/
3. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
จาก http://www.udompanya.in.th/content.php?content_id=28
..............................................
ธนพล กัณหสิงห์ รหัสนิสิต 54105010023
นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา มศว
นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา มศว








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น