วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

More than art มากกว่าศิลปะ @ Moca Bangkok

More than art @ Moca Bangkok

      
          "ศิลปะ" มีความสำคัญเป็นอย่างมากและได้ถูกกำหนดให้นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็น ศาสตร์สำคัญที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สร้างจินตนาการ รู้จักในการชื่นชมความงาม มีสุนทรียภาพ ความมีคุณค่าในตนเองและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผลต่อคุณภาพ ชีวิตมนุษย์ กิจกรรมทางศิลปะช่วย พัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม ตลอดจน นำไปสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง อันเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพได้ และในวันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอแหล่งการเรียนรู้ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครที่ช่วย ส่งเสริมเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี คือ MOCA Museum of Contemporary Art  หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย
                  MOCA Museum of Contemporary Art  หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย เป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทวัตถุและอาคารสถานที่ หมายถึง วัตถุและอาคารสถานที่ ที่มีศักยภาพเป็นแหล่งความรู้ให้กับผู้เข้าศึกษาเรียนรู้ เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2555 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บบันทึกรวบรวมประวัติศาสตร์ทางศิลปะไทยที่น่าสนใจ เกิดขึ้นจากรากฐานทางวัฒนธรรมอันยาวนานและองค์ความรู้ทางศิลปะแบบสากล โดยจะเน้นงานเขียน ของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากรชาวเมืองฟลอเรนช์ ประเทศอิตาลี  ก่อให้เกิดเป็นงานศิลปะไทยร่วมสมัย ที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ว่าประเทศไทยเป็นชาติที่มีอารยะ
     
          วิสัยทัศน์          
เป็นรากฐานอันมั่นคงและช่วยส่งเสริมให้ "สังคมศิลปะ" ในประเทศไทยเจริญงอกงามในทุกแขนง

              พันธกิจ  
1. เพื่อให้ศิลปะและวัฒนธรรมไทยดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทย
2. เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมผลงานทางศิลปะที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของศิลปินไทย
3. เพื่อปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนไทยรักในงานวัฒนธรรมของตน
4. เพื่อเผยแพร่ผลงานศิลปะไทยสู่สาธารณะชนและอารยะประเทศ
5. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สร่างสรรค์งานศิลปะได้มีโอกาสแสดงแนวคิดของตนสู่สาธารณชน
6. เพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจได้ศึกษาและเรียนรู้รูปแบบการสร้างสรรค์ กลวิธีที่หลากหลาย แรงบันดาลใจของศิลปินแต่ละท่าน
  
      
                  ผู้เขียนมีโอกาสดีได้เรียนรู้และชมพิพิธภัณฑ์ในเดือนมกราคม 2557 ที่ผ่านมา โดยในช่วงนั้นพิพิธภัณฑ์
MOCA นำเสนอนิทรรศการถาวร ชุด “Art longa , vita brevis” หรือ ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น ซึ่งเป็นวลีประจำตัวของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากร ชาวเมืองฟลอเรนซ์ประเทศอิตาลี  ผู้มาขัดเกลาและดึงศักยภาพของลูกศิษย์แต่ละรุ่นให้เฉิดฉายออกมา โดยท่านได้วางหลักสูตรจิตรกรรมและประติมากรรมโดยอาศัยหลักวิชา Academic Art ที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน ก่อให้เกิดเป็นศิลปะร่วมสมัยและเป็นที่ยอมรับของนานาอารยะประเทศ จึงเป็นที่มาทำให้ลูกศิษย์ของท่านนำแนวคิดของท่าน มาสร้างสรรค์ผลงาน และร่วมกันจัดแสดงผลงานทั้งศิลปะไทย ศิลปะต่างประเทศในหลายแนวทาง อาทิ ศิลปะแนวเหมือนจริง ศิลปะกึ่งนามธรรม ศิลปะนามธรรม ศิลปะเพื่อชีวิต เป็นต้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน และกลุ่มผู้ชมวัยทำงาน ทั้งความงดวิจิตร ความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญคือการตีความภาพเขียนที่ศิลปินถ่ายทอดให้ผู้ชมขบคิดตามกันไป

“ยักษ์ต้นแบบ” ผลงานของคุณสมศักดิ์  รักษ์สุวรรณ
                    เมื่อเข้ามาถึงนิทรรศการแล้ว ภาพแรกที่ขอนำเสนอเป็นที่เตะตาน่าสนใจ คือ “ยักษ์ต้นแบบ” ผลงานของคุณสมศักดิ์  รักษ์สุวรรณ ผลงานที่มากกว่าภาพเขียนสีน้ำมัน สะท้อนให้เห็นว่ายักษ์อาจไม่จำเป็นต้องน่าเกลียด น่ากลัว ผมหยิก ตัวดำ ตาโปน ผิวหยาบ ดุร้ายที่เราเรียกว่ายักษ์ชั้นต่ำ หรือจะเป็นยักษ์ชั้นสูงมีรูปร่างสวยงาม มีเครื่องประดับ มีรัศมี เหมือนที่เราคิด แต่อาจอยู่ในคราบของคนที่ภายนอกหน้าตาดูดี แต่มีนิสัยเฉกเช่นเดียวกันกับยักษ์ ดุร้าย ชอบของสดคาว (เอาเปรียบไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจ ไม่เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ดูดเลือดดูดเนื้อกับผู้ที่ต่ำกว่า) จึงเป็นแง่คิดสอนให้วัยรุ่นที่คิดจะคบหากัน สังเกตแต่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูเนื้อใน นิสัยใจคอของคนๆนั้น เราก็อาจตกเป็นเหยื่อของคนกลุ่มนี้ได้ จึงเป็นแง่คิดสอนใจให้เรารู้จัก มองคนทั้งภายนอกและภายใน อย่ามองแต่เปลือก สอนให้เรารู้จักการเลือกรักใครสักคนอย่างมีสตินั่นเอง 

“ราตรีศรีมหานคร” ผลงานของคุณปรีชา ปั่นกล่ำ
                   “ราตรีศรีมหานคร” ภาพเขียนสีอะคริลิคของคุณปรีชา ปั่นกล่ำ ภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ชีวิตที่มีหลากหลายแนวทางของวัยรุ่นในสังคมที่เต็มไปด้วยสีสัน พลังที่มีอยู่ในตัววัยรุ่นสามารถสร้างสรรค์และแต่งแต้มให้เป็นสังคมที่เติมเต็มไปด้วยจินตนาการที่แปลกใหม่ ต่างไปจากเดิม อีกส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเร่งรีบของผู้คนในสังคมในการทำภารกิจชีวิตประจำวัน บางคนอาจจะไปทำงานเพื่อนำเงินมาใช้เลี้ยงปากท้อง เลี้ยงครอบครัว นักเรียนนักศึกษาก็ต้องเร่งรีบไปเพื่อที่จะไปเรียนหนังสือด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม แต่ภาพนี้ก็ทำให้เราได้เห็นถึงการยอมรับในวิถีของความเป็นมหานครไม่ว่าจะยากลำบากในการใช้ชีวิตเพียงใด เราก็ต้องเรียนรู้เพื่อจะปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ในมหานคร “กรุงเทพ” แห่งนี้ให้ได้และอยู่อย่างมีความสุข

“สนทนากับเธอ”
ผลงานของ
คุณประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์
                 “สนทนากับเธอ” ผลงานของคุณ ประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์ นำเสนอแนวคิด ถึงวัยรุ่นที่มักจะให้ความสำคัญกับแฟนหรือคนรักมากกว่าพ่อแม่ ไม่สนใจว่าแฟนจะเป็นอย่างไรนอกจากความรักที่มีมอบให้กันเท่านั้น จากภาพจะเห็นได้ว่าผู้ชายถึงแม้จะตายกลายเป็นโครงกระดูกแล้ว ผู้หญิงก็ยังโหยหาอาลัยและยังอยากคุยกับผู้ชายคนนั้นอยู่ โดยไม่คิดถึงความเป็นจริงว่าคนตายกับคนที่ยังมีชีวิต ไม่มีวันที่จะรักกันทางกายได้อีกต่อไป เหลือเพียงแต่ความทรงดีๆที่มอบให้กันเท่านั้น จึงเป็นข้อคิดสำคัญ ให้รู้จักอยู่กับปัจจุบัน ไม่ยึดติดกับอดีต ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดและรู้จักให้ความสำคัญกับคนที่เรารักอย่างเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป สิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่เราจะรักใครได้ ต้องรู้จักเริ่มที่จะรักตนเองให้เป็นก่อนที่เราจะไปรักทุ่มเทชีวิตให้กับคนอื่น
 
“การก้าวเดินของชีวิต” ผลงานของคุณเดชา บุญค้ำ
              “การก้าวเดินของชีวิต” ผลงานของคุณเดชา บุญค้ำศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2549 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) มีแนวคิดว่าคนเราเปลี่ยนแปลงเรื่องราวที่ผ่านพ้นมาในอดีตไม่ได้ แต่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ จงก้าวเดินต่อไป จงหาเป้าหมายของชีวิตตั้งแต่ตอนนี้ จงจับจ้องที่เป้าหมาย ไม่ใช่จับจ้องที่อุปสรรค แล้วชีวิตของเราก็จะก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและมีความสุข เพราะโลกทั้งโลกมักเปิดทางให้กับคนที่รู้ตัวว่าเขาจะเดินทางไปในทิศทางใด ขอให้ท่านจงเดินไปข้างหน้า ระยะทางหมื่นลี้ ย่อมเริ่มต้นจากก้าวแรกเสมอ ถ้าไม่กล้า...ก็ไม่มีวันเดินหน้า.... คนเราเมื่อไม่กล้าที่จะทำอะไร ก็ไม่ควรหวังว่าจะได้อะไร จงกล้าที่จะไปตามหาความฝันของตนเอง

 นอกจากภาพที่เราได้มีโอกาสนำมาให้ท่านได้ชมแล้ว ยังมีผลงานศิลปะอีกมากมายจากต่างประเทศให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศภายใต้แนวคิด “Art longa , vita brevis” หรือ ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้นเพราะศิลปะแนวทางนี้เป็นการผ่อนคลายอีกรูปแบบหนึ่ง โดยการระบายความรู้สึกนึกคิด หรือความคับข้องใจออกมา ความรู้สึกของมนุษย์นั้นมีทั้งความสุข ความทุกข์ ความเจ็บปวด ความฝัน และความหวัง ความรู้สึกเหล่านี้สามารถระบายออกได้ โดยผ่านสื่อทางศิลปะอย่างอิสระ รวมทั้งพัฒนาจิตใจ ให้เป็นคนที่มีสุขภาพจิตดี นอกจากการพัฒนาตนเองได้แล้ว ยังสามารถนำไปใช้ในการบูรณาการการจัดแสดงนิทรรศการ MOCA Museum of Contemporary Art  กับการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนการเรียนรู้ศิลปะตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551   ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
 
สาระที่ 1
ทัศนศิลป
มาตรฐาน ศ  1.1
สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรควิเคราะหวิพากษ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน
ตัวชี้วัด
ข้อที่ 8 วิเคราะห์และอภิปรายรูปแบบ เนื้อหาและคุณค่าในงานทัศนศิลป์ ของตนเอง และผู้อื่น หรือของศิลปิน
สาระการเรียนรู้แกนกลางตามตัวชี้วัด
การวิเคราะห์รูปแบบ เนื้อหา และคุณค่าในงานทัศนศิลป์

โดยการจัดเรียนการสอนผู้สอนอาจสอนเนื้อหาทฤษฎีและหลักการในวิเคราะห์รูปงานของงานทัศนศิลป์ให้กับนักเรียนก่อน รวมทั้งให้นักเรียนอภิปรายรูปภาพที่ผู้สอนอาจจัดเตรียมไว้ให้เพื่อเป็นการฝึก วิเคราะห์และอภิปราย  รูปแบบให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และเป็นไปตามแบบแผน หลังจากนั้นผู้สอนพานักเรียนไปทัศนศึกษาที่ MOCA Museum of Contemporary Art   และมอบหมายชิ้นงานให้นักเรียนเลือกรูปภาพที่สนใจ ถ่ายภาพชิ้นงานของศิลปินที่ชื่นชอบ และนำกลับไปวิเคราะห์ อภิปรายฝึกการตีความเป็นชิ้นงาน นักเรียนนำงานมาเสนอเพื่อนหน้าห้อง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ทำให้นักเรียนเกิดความรู้และคงทนในการจดจำ และนำไปต่อยอดสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ของตนเองต่อไปในอนาคต

 ผลการจัดการเรียนรู้ที่นักเรียนจะได้รับหากจัดการเรียนการสอนแบบดังกล่าว มีหลายประการ ได้แก่

1.  ด้านความรู้     ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในวิธีวิเคราะห์รูปแบบงานทัศนศิลป์ตามหลักการวิเคราะห์ที่ครูเป็นผู้ถ่ายทอด และรู้จักวิธีวิเคราะห์อย่างเป็นระบบในชิ้นงานของศิลปินที่ครูพาไปทัศนศึกษาและมอบหมายงาน
2.  ด้านเจตคติ   ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ชิ้นงานและแสดงออกทางความรู้สึก ความคิดเห็นของตนที่มีต่อชิ้นงานของศิลปิน โดยอาจเป็นไปในทางบวกหรือทางลบ ในลักษณะความชอบ ความพึงพอใจ ความสนใจ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยในทัศนะของตน
3.  ด้านทักษะ  ผู้เรียนมีทักษะในการวิเคราะห์ วิจารณ์ วิพากษ์ สังเคราะห์ ตีความ และประเมินค่า ชิ้นงานของศิลปินที่นำมาทำชิ้นงานของตนเอง และที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมชั้นเพื่อให้เกิดความคิดเห็นที่สร้างสรรค์อย่างหลากหลาย
4.  กระบวนการต่าง ผู้เรียนมีกระบวนแสวงหาความรู้ในการสืบค้นความรู้เพิ่มเติม สัญลักษณ์ สี และความหมายที่แฝงอยู่ในชิ้นงานศิลปะ เช่น สีแดงเข้ม หมายถึง ความมุ่งมั่น, ความคลั่งไคล้, ความโกรธ, ความตึงเครียด สีส้มแดง หมายถึง ความปรารถนา, เรื่องทางเพศ, ความแข็งกร้าว, การครอบครองเพิ่มเติมจากที่ผู้สอนได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนในชั้นเรียน
   

 จะเห็นได้ว่าในการไปเรียนรู้ที่ MOCA Museum of Contemporary Art  หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย มีประโยชน์ต่อตนเอง และการนำไปใช้จัดการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก หากท่านใดที่สนใจก็สามารถไปเยี่ยมชมได้ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย กรุงเทพ เข้าชมได้ทุกวันอังคาร วันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-18.00 น. ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตามแผนที่ด้านล่างนี้ อย่าพลาดโอกาสดีๆที่เราจะได้สัมผัสกับสุนทรียะของศิลปะ อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆของเราทุกคน
แผนที่เดินทางมายัง MOCA Museum of Contemporary Art  หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย
.............................................. 

ที่มาและเอกสารอ้างอิง
           1. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้และเครือข่าย
         จาก http://web.bsru.ac.th/~direkkung/lesson7
           2. Museum of Contemporary Art
         จาก http://www.mocabangkok.com/
           3. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
         จาก http://www.udompanya.in.th/content.php?content_id=28
..............................................
ธนพล กัณหสิงห์ รหัสนิสิต 54105010023
นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา มศว










































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น