วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Corner Magazine : มากกว่า ความรู้ ความสุข ความทรงจำ : )

 Corner Magazine : มากกว่า ความรู้ ความสุข ความทรงจำ : )


Corner ฉบับแรกในปี 2557 สรรหาบทความดีๆ ประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตของคนเราที่แน่นอนว่ามี "มุม" ที่แตกต่างและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยว อาหาร กิจกรรม งานอดิเรก การประดิษฐ์ หรือแม้แต่โชคชะตา ให้ผู้อ่านได้เรียนรู้เรื่องราวของเราไปพร้อมๆกัน มีหัวข้อที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น
¬ Corner of Melody รู้จักกับชีวิตของเธอ “สาวิกา อัยรารัตน์”
¬ How 2 Exercise ใน Activities & Hobbies แรงบันดาลใจและเทคนิคการออก      กำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง สาวๆ สนใจ ของ วิชชากร เกิดแสงรัตน์
¬ Food & Travel ไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยว และร้านอาหารอร่อย ที่ทุกท่านไม่ ควรพลาด
¬ Fashions เลือกรองเท้าให้เหมาะกับตัวคุณใน Choose your shoes ชอบความงามก็อย่าพลาด
   Beauty corner
¬ Story มุมมองที่น่าสนใจผ่านเรื่องราว 3 เรื่อง 3 รส เรื่องเล่าลึกลับ , ติ่ง และเรื่องเล่า ชาว BTS
ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ Corner ได้นำเสนอ  ให้กับทุกท่านได้อ่านกัน ไม่ว่าจะเป็น Gadget & IT Tips & D.I.Y. และ Horoscope คอลัมน์ปิดท้ายที่มากกว่าการดูดวงคือวิธีเสริมดวงให้กับตัวคุณเอง พาคุณไปเสริมสิริมงคลสำหรับคนเกิดปีชงที่ใครๆก็ทำได้ อย่าลืมติดตามกันให้จบทั้งเล่ม คุณอาจจะพบว่ามีเรื่องราวดีๆอีกมากมายที่คุณยังไม่รู้จัก ยังไม่เคยได้ลงมือทำ มีสถานที่อีกมากมายที่คุณยังไม่เคยได้เดินทางไป มีเทคนิคอีกมากมายที่คุณรู้แล้วอาจจะได้เอาไปใช้ในชีวิตจริง เรียนรู้ไปพร้อมๆกันและขอให้ทุกท่านมีความสุขกับ Corner Magazine เล่มนี้นะครับ : )
บางส่วนจาก Editor’s NOTE โดย ธนพล กัณหสิงห์ บรรณาธิการ

      กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับผู้อ่านทุกท่าน ในวันนี้จะขอนำเสนอความภาคภูมิใจอีกครั้งในการเรียนที่คณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา มศว แห่งนี้ เอกที่มากกว่าคำว่าการเป็นครู เพราะเราได้เรียนรู้กระบวนการต่างๆที่มากกว่าวิชาชีพครูในอนาคต แน่นอนว่าคงจะไม่พ้นกับการทำนิตยสาร เพื่อนๆหลายคนก็เคยได้ยินมาบ้างกับคำล่ำลือว่าในการทำนิตยสารนั้นทั้งยาก ทั้งเหนื่อย ได้เรียนรู้อะไรต่างๆอีกมากมาย ทั้งดีและไม่ดี มีเสียงหัวเราะ ความเครียด ความกดดัน แต่ท้ายที่สุดแล้วในวันนี้ อ๋อและทีมงานก็สามารถร่วมกันสร้างสรรค์นิตยสาร “Corner” ได้สำเร็จ...



      ก่อนที่จะไปรู้ว่าทั้งหมดที่ทำมาได้ให้อะไรกับตัวอ๋อเองบ้าง ขอเล่าสั้นๆว่า Corner เป็นชื่อนิตยสารที่พวกเราสร้างสรรค์ขึ้น จากกลุ่มที่เกิดจากการเลือกหน้าที่ตามความถนัด ไม่ได้เลือกเพราะรักใครชอบใคร สนิทกับใคร พูดง่ายๆเลยว่า ได้มาทำงานกับเพื่อนที่ทั้งสนิทและไม่สนิท เคยคุยน้อยบ้าง มากบ้าง ความรู้สึกครั้งแรกตอนประมาณเดือนพฤศจิกายน 2556 ที่กำลังจับกลุ่ม อาจารย์ได้ให้เราลองเลือกดูว่าเราถนัดทำหน้าที่อะไร โดยที่อาจารย์จะบอกขอบข่ายกว้างๆให้เราได้ทราบพอสมควร หลักๆก็จะมี บรรณาธิการ นักเขียน ช่างภาพ กราฟฟิค ทั้ง 4 ตำแหน่งนี้ต่างก็มีความสำคัญต่างกันออกไป โดยส่วนตัวอ๋อแล้วได้เลือกเป็น บรรณาธิการ ขอบอกเลยว่าเป็นตำแหน่งที่สร้างความ ท้าทายให้กับการทำงานเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ  หลังจากจับกลุ่มก็จะได้เพื่อนร่วมกลุ่มอีก 5 คน ในกลุ่มอ๋อ จะมีภารดี (ภา) – สิรี ทำหน้าที่กราฟฟิค นพดล (กาว) ทำหน้าที่ ช่างภาพ กษิดิศ (เบียร์ ชาย) -เกวลิน (เกว) ทำหน้าที่ นักเขียน โดยส่วนตัวอ๋อและเพื่อนสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนทุกคนในทีมได้อย่างดี มีปัญหาบ้างเล็กน้อย 

      พูดถึงการทำงานในกลุ่ม สำหรับตัวอ๋อ ที่เป็นบรรณาธิการ ความท้าทายมีอยู่ 2 อย่างหลักๆ อย่างแรก คือ เวลา ถึงแม้ว่าจะมีเวลาพอสมควรที่อาจารย์มอบหมายงานมาแต่ในช่วงปีที่ผ่านมามีปัญหาทางการเมืองมากมาย มีความไม่ปลอดภัยในการเดินทางที่จะลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล จึงทำให้ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องเวลา การแก้ไขของอ๋อ ก็จะเหมือนสลายกลุ่มชั่วคราวในการลงข้อมูลเก็บพื้นที่ หมายถึงการที่ให้สมาชิกลงพื้นที่เองทุกคนต้องมีส่วนร่วม ไม่เฉพาะนักเขียน ทั้ง บรรณาธิการ กราฟฟิค ช่างภาพ ทุกคนต้องเก็บข้อมูล ถ่ายภาพเอง (ถ้าสามารถทำได้ในความสามารถของตนเอง) กำหนดกรอบกว้างๆ ประชุมปรึกษางานกันให้เรียบร้อย หลังจากนั้นต่างคนต่างลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล ส่งให้อ๋อซึ่งเป็นบรรณาธิการตรวจสอบ และจัดทำต่อไป ในฐานะที่เราต้องเป็นผู้นำทั้งความคิดและการปฏิบัติของกลุ่ม จะพูดเสมอว่า “เราแต่ละคนต้องรับผิดชอบและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว” ถ้าแต่ละคนสามารถรับผิดชอบในส่วนของตัวเองได้ ผู้ที่ทำหน้าที่ต่อจากเรา ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบแก้ไขโดยบรรณาธิการ หรือการออกแบบโดยกราฟฟิค ก็จะสามารถทำต่อไปตามกำหนดวันและเวลาให้เป็นไปตามเป้าหมาย ในกรณีที่เป็นคอลัมน์ใหญ่ คอลัมน์สัมภาษณ์ เราแต่ละคนก็จะร่วมกันลงพื้นที่เพื่อไปสัมภาษณ์จัดหาสถานที่ อุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่มีการเกี่ยงงาน ซึ่งอ๋อถือว่า เป็นคุณลักษณะที่ดีที่มีอยู่ในตัวสมาชิกของกลุ่ม ปัญหาที่สอง คือ เรื่อง คน แน่นอนว่าคนเรามีความแตกต่างระหว่างบุคคล สมาชิกในกลุ่มอาจจะส่งงานไม่ตรงตามกำหนด ส่งงานล่าช้าบ้าง หรือส่งงานไม่มีคุณภาพมาบ้าง แต่ปัญหานี้มีเพียงเล็กน้อย อ๋อก็จะใช้หลักเพื่อนคุยกับเพื่อน คือ ไปถามดีๆ ถามตรงๆ แบบตัวต่อตัว ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่อย่างไร รวมทั้งเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่มก็จะเตือนสติ วิธีการนี้ใช้ได้ผลค่อนข้างดีเลยทีเดียว


      Corner Magazine มากกว่าความรู้  มีความรู้มากมายที่เกิดขึ้นในการทำนิตยสารของอ๋อ เริ่มจากความรู้ที่ได้รับที่สอดคล้องกับรายวิชา ได้รู้ว่าก่อนจะมาเป็นนิตยสารสักเล่มต้องผ่านกระบวนการมากมาย โดยเฉพาะการเลือกคอลัมน์ว่าแบบใดน่าสนใจ การกำหนดขนาดคอลัมน์ว่าเนื้อหาประเภทนี้ควรมีความยาวมากแค่ไหน ถามว่าอ๋อรู้ได้อย่างไรในบางเรื่องที่อาจไม่ได้เรียนในชั้นเรียน ความรู้ส่วนนี้เกิดจากการที่อ๋อต้องไปศึกษานิตยสารเล่มอื่นจำนวนพอสมควรแล้วดูว่า ในนิตยสารเล่มนั้นๆมีการแบ่งส่วนเนื้อหาประมาณไหนอย่างไร ทดลองอ่านว่าเราอ่านประมาณนี้จะได้รับความรู้หรือไม่ อ่านแล้วเบื่อหรือสนุกชวนติดตามต่อ แม้แต่ความรู้ทางกระบวนการจัดพิมพ์ที่แต่ก่อนเวลาอ๋อเปิดโปรแกรมมาไม่เคยสนใจการตั้งค่าสี ในวันนี้ก็รู้แล้วว่าการพิมพ์จากโรงพิมพ์ต้องตั้งแบบ CMYK เพราะเป็นมาตรฐานค่าสีของเครื่องพิมพ์ ในเรื่องนี้รู้มาจากเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง ความรู้ด้านการตั้งค่าหน้ากระดาษว่าควรตั้งแบบใดเพื่อการตัดตก เป็นสิ่งที่ถ้าไม่ลงมือปฏิบัติอ๋อก็จะไม่ได้เกิดการเรียนรู้ว่าเราต้องทำอย่างไร แก้ปัญหาอย่างไรให้ผ่านไปได้ นอกจากความรู้ในรายวิชาเรียนแล้ว ความรู้ในคอลัมน์การทำนิตยสารเรื่องที่ลงพื้นที่ก็เป็นความรู้ที่มีความคงทนเพราะเราได้ไปสัมผัสเอง เช่น อ๋อเคยสงสัยว่าทำไมเวลาคนจีนทำพิธีปัดเป่าปัดหน้ากับเทพเจ้าองค์ต่างๆ ต้องทำหลายครั้งบางครั้งอาจทำถึง 12 ครั้ง หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ทำคอลัมน์แก้ปีชง และสอบถามผู้รู้ก็ได้ทราบว่าการปัดเป่า 12 ครั้งนั้น เป็นตัวแทนของแต่ละเดือน ปัดครั้งที่ 1 หมายถึงให้สิ่งที่ไม่ดีในเดือนมกราคมออกไป สิ่งดีๆจงเข้ามาทำเช่นนี้ไปจนถึงเดือนธันวาคม หรือจะเป็นเรื่องศิลปะ ที่ได้ลงพื้นที่ที่ Moca Bangkok อ๋อก็เคยอยากจะรู้ว่าศิลปินมีวิธีวัดอารมณ์ความรู้สึกในภาพอย่างไรเวลาอธิบาย เช่นให้ความรู้สึกโลดแล่น โผงผาง ตรงนี้ก็ได้รู้ว่าส่วนใหญ่จะใช้เกณฑ์ด้านสีและเส้นมาให้คำอธิบาย สีแดงเข้ม หมายถึง ความโกรธ บ้าคลั่ง ความมุ่งมั่น ความกล้าหาญ ผู้นำ ความใคร่ สีส้มเข้ม หมายถึง หลอกลวง, ไม่ไว้วางใจ. สีส้มแดง หมายถึง ความปรารถนา เหล่านี้เป็นเกร็ดความรู้ที่ถ้าไม่ลงไปสัมผัสก็จะไม่มีวันสัมผัสได้เลย ถือเป็นความรู้ใหม่ที่ทำให้อ๋อได้เรียนรู้ และจดจำ

      Corner Magazine มากกว่าความสุข  มีความสุขมากมายที่เกิดขึ้นในการทำนิตยสารของอ๋อ ความสุขที่ได้เรียนรู้กับการทำงานกับเพื่อนที่เราทั้งสนิท และไม่สนิท อย่างที่ได้บอกไปแล้วนะครับว่ากลุ่มอ๋อมีทั้งหมด 6 คน ภากับเกว ปกติอ๋อคุยด้วยอยู่แล้วจึงไม่ยากที่จะทำงานร่วมกัน แต่ เบียร์ สิรี และกาว เป็นเพื่อนในชั้นที่อ๋อไม่ได้คุยบ่อย ตอนแรกอ๋อก็กลัวว่าจะมีปัญหาในการทำงาน กลัวคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะเราไม่รู้นิสัยของแต่ละคนแต่ในวันนี้อ๋อรู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเพื่อนทั้ง 3 คนนี้มาก โดยเฉพาะกาว ที่อ๋อไม่เคยรู้ว่ากาวจะถ่ายรูปได้สวยไม่แพ้ใครในเอก กาวสามารถรับผิดชอบงาน ช่วยเพื่อนลงพื้นที่ มีความอดทน และไอเดียดีๆ มากมายที่ทำให้อ๋อได้เรียนรู้นำมาพัฒนางาน ถึงแม้ว่ากาวจะเป็นช่างภาพแต่ก็ช่วยมาตรวจบทความช่วยอ๋อ ให้ความเห็นเรื่องต่างๆเช่นการใช้ไม้ยมก มากเกินไป ส่วนสิรีนั้นอ๋อรู้สึกดีใจที่ได้เพื่อนดีๆมาอยู่ในกลุ่มเพราะสิรีเอ่ยปากตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่าทำกราฟฟิคไม่เก่ง แต่ก็ช่วยสุดความสามารถรับผิดชอบทำกราฟฟิคจนถึงจบเล่ม โดยที่ไม่บ่นสักคำ และสามารถจัดหน้าต่างๆได้ดีเลยทีเดียว จึงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นเลยว่าไม่มีอะไรจะชนะความพยายามและตั้งใจของสมาชิกในกลุ่มได้จริงๆ สำหรับเกวอ๋อ รู้สึกขอบคุณที่เกว คอยให้กำลังใจอ๋ออยู่ตลอดไม่ว่าจะบ่น หรือจะรู้สึกอย่างไร คำว่า สู้ๆ ของเกวที่พิมพ์มาใน Facebook หรือพูดต่อหน้าเป็นกำลังใจที่ทำให้อ๋อสู้ในการทำงานต่อ เกวเป็นคนที่ทำให้อ๋อตื่นตัวในการทำงานมากเพราะเธอจะส่งคอลัมน์มาให้ช่วยตรวจเร็วที่สุดและส่งมาถี่ยิบ อีกคนที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษ คือ ภา เพราะภาขยันที่สุด รับผิดชอบที่สุด เธอคนนี้สามารถนั่งทำกราฟฟิคตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง เที่ยงคืน เพื่อเร่งให้งานเป็นไปตามเวลา และส่งมาให้อ๋อตรวจ คอยกระตุ้นให้เพื่อนส่งคอลัมน์มาให้อ๋อตรวจเพื่อจะส่งให้ภาทำกราฟฟิคร่วมกับสิรีได้ ความสุขที่เกิดจากความรู้สึกของคนยากที่จะประเมินค่า ประเมินราคา แต่จะรู้สึกด้วยหัวใจของเราเอง 


      Corner Magazine มากกว่าความทรงจำ มีความทรงจำมากมายที่เกิดขึ้นในการทำนิตยสารของอ๋อ ความทรงจำครั้งนี้อาจจะมีค่ามีราคาสักหน่อย คือวันที่ไปลงพื้นที่สัมภาษณ์คอลัมน์ใหญ่ Corner of Melody มีเหตุการณ์กล้องหายเกิดขึ้น จากการที่ภาและเพื่อนได้นั่งรถแท็กซี่ มาที่สถานีรถไฟพหลโยธิน เป็นกล้อง DSLR ของภา ทำตกไว้ในรถแท็กซี่ แต่ด้วยความที่ภานัดคนสัมภาษณ์ไว้และไม่อยากผิดคำพูด และเสียเวลาผู้ให้สัมภาษณ์ ภาก็มีสปิริตแรงกล้า เก็บข้อมูลลงพื้นที่คอลัมน์ จนเสร็จใช้เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมงกว่าจะเรียบร้อย หลังจากนั้นเพื่อนในกลุ่มก็ไล่เรียงไปขอดูกล้องวงจรปิดจากสถานีรถไฟตรงนั้นก็ไม่สามารถจับภาพทะเบียนรถไว้ได้ จึงนั่งรถย้อนกลับมาดูกล้องวงจรปิดจุดอื่นๆ อีก หลังจากที่ทราบจุดที่จะดูกล้องวงจรปิด ก็ต้องเดินทางไปที่สถานีตำรวจสะพานควายเพื่อแจ้งความและขอลงบันทึกประจำวัน นำใบแจ้งความไปยื่นที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด ทว่าถึงบัดนี้เรื่องราวการตามหากล้องก็ยังไม่วี่แวว Coner เล่มนี้จึงอาจมีราคาแพงสักหน่อย ในวันที่อ๋อได้เอานิตยสารที่เกือบจะเสร็จสมบูรณ์ไปให้อาจารย์นัทธีรัตน์ดู อาจารย์ได้พูดแทรกข้อคิดเล็กๆว่า ต้องทำนิตยสารให้คุ้มค่านะกับกล้องที่หายไป อ๋อขอตอบไว้ในใจลึกๆว่า เราทุกคนต่างสร้างสรรค์นิตยสารเล่มนี้ในหัวข้อที่ใจเรารัก และเราอยากทำ ถึงบางครั้งหัวข้อนั้นเราอาจไม่ชอบแต่เราก็จะเปิดใจรับสิ่งใหม่ เราจึงเต็มที่ที่สุดกับงานครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะคะแนนเพียงอย่างเดียว แต่คือประสบการณ์ที่จะสร้างให้เราเป็นคนที่ไม่ใช่แค่มีความรู้ แต่ให้เรารู้จักประสบการณ์ ทักษะชีวิต เผื่อในอนาคตข้างหน้าเราอาจจะได้อยู่ในสายงานนี้ก็เป็นได้ พวกเราทุกคนจึงมีความทรงจำที่ผูกพันกับ Corner Magazine และถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ จากหัวใจ จากผลงานของสมาชิกในกลุ่มทุกคน

      Corner Magazine จึงเป็นบทสรุปเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้อ๋อได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการทำหนังสือ 1 เล่ม มิตรภาพ ความรู้ที่ได้รับเกิดขึ้นมากมายในระยะเวลาหลายเดือน เป็นความทรงจำในลมหายใจที่สามารถเล่าให้ใครฟังได้อีกนานแสนนาน ท้ายสุดนี้ อ๋อขอขอบคุณ อาจารย์ ดร.นัทธีรัตน พีระพันธุ์ ที่มอบหมายงานชิ้นนี้ให้กับนิสิต อาจารย์เชื่อในฝีมือของลูกศิษย์อาจารย์เสมอ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ ที่ทำให้งานในครั้งนี้ออกมาประสบความสำเร็จที่มีความภาคภูมิใจเป็นสิ่งที่เก็บไว้ในความทรงจำครับ : ) 

.........................................................................................
บทความโดย 
ธนพล กัณหสิงห์ รหัสนิสิต 54105010023
นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา มศว
.........................................................................................

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

NOSTRA MapThailand : เทคโนโลยียุคใหม่..พบทุกเส้นทางใน application เดียว




NOSTRA MapThailand : เทคโนโลยียุคใหม่..พบทุกเส้นทางใน application เดียว


            เทคโนโลยีสารสนเทศ ในปัจจุบันมีมากมาย อำนวยความสะดวกให้กับผู้คนในสังคมอย่างกว้างขวางส่งผลให้มีการพัฒนาคิดค้น สิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี ช่วยในการสร้างที่พักอาศัยสามารถผลิตสินค้าและให้บริการต่างๆเพื่อตอบสนอง ความต้องการของมนุษย์มากขึ้น เทคโนโลยีทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก การเดินทางเชื่อมโยงถึงกันทำให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารกันได้ตลอด เวลา โลกจะไร้พรมแดน และทุกคนจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะนำมาเสนอในวันนี้ เราไปรู้จักกับนิยามของเทคโนโลยีสารสนเทศกันก่อน      
 โครงการจัดการความรู้ด้านภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ – กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้นิยามความหมายของ เทคโนโลยีสารสนเทศ คือ การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ ทำให้สารสนเทศมีประโยชน์ และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่จะรวบรวม จัดเก็บ ใช้งาน ส่งต่อ หรือสื่อสารระหว่างกัน และในวันนี้จะขอนำเสนอแอพพลิเคชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศดีๆ ที่จะช่วยให้ทุกคนได้เข้าถึง แผนที่ มีตำแหน่งสถานที่มากกว่า 900,000 จุด ทั่วประเทศ ให้ข้อมูล แผนที่ ที่มีความละเอียดและแม่นยำสูง ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั่วประเทศไทย



             รู้จักกับ NOSTRA MapThailand ??

NOSTRA map คือ ผลิตภัณฑ์แผนที่ในระบบนำทาง ประกอบด้วยข้อมูลแผนที่ฐาน เช่น เส้นทางคมนาคม สถานที่สำคัญ ซึ่งมีคุณสมบัติของข้อมูลเฉพาะสำหรับระบบนำทาง เช่น ประเภทถนนแบบวิ่งทางเดียวหรือสองทาง ข้อจำกัดความเร็วในการขับขี่รถยนต์ของถนน ฯลฯ และยังประกอบด้วยข้อมูลที่มีคุณสมบัติพิเศษเพื่อให้ระบบนำทางมีความสามารถมากยิ่งขึ้น เช่น ข้อมูลอาคาร 3 มิติ ข้อมูลแสดงป้ายถนนและภาพทางแยกเสมือนจริง ข้อมูลช่องทางเดินรถ ข้อมูลการออกเสียงนำทาง ข้อมูลสภาพการจราจร (NOSTRA Traffic) ข้อมูลสถานที่แนะนำ (NOSTRA Guide) เป็นต้น


NOSTRA MapThailand  กับประโยชน์ที่เราได้จาก APP ??
1.แผนที่สามารถแสดงข้อมูลได้อย่างครบถ้วนทั่วทั้งประเทศไทยทั้ง 77 จังหวัด
2.แผนที่ สามารถแสดงผลได้ 360 องศา คือ การที่สามารถแสดงตำแหน่งที่เราอยู่ ณ ปัจจุบัน และตำแหน่งที่เราจะเคลื่อนที่ไป ในรูปแบบมุมมองเสมือรจริงได้
3.App แผนที่ นี้แสดง หรือล็อคตำแหน่งปัจจุบันทำให้ได้ข้อมูลแผนที่ที่เป็นจริง ถูกต้อง รับรองว่าใช้แล้วไม่หลงทางแน่นอน
4.ซูมเข้า ซูมออก ทำให้ โปรแกรมแผนที่ ง่ายต่อการใช้งานและยืดหยุ่น สามารถเห็นข้อมูลตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล ระดับหมู่บ้าน
5.แสดงประวัติคำค้นหา เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา โปรแกรมแผนที่
6.ค้นหาตำแหน่งใกล้เคียง และเลือกหมวดหมู่ได้จาก App แผนที่ นี้
7.เพิ่มการเดินทาง โปรแกรมแผนที่ จากต้นทาง ไปยังปลายทาง
8.มีรูปแบบการเดินทางให้เลือก เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซต์ จักรยาน และเดิน
9.ถ่ายรูป และบันทึกวีดีโอ ตำแหน่งที่อยู่ของคุณ ภายใน โปรแกรมแผนที่
10.เปลี่ยนแปลงหน่วยวัดได้ เช่น ไร่ วา กิโลเมตร เมตร เป็นต้น
11.ตัวโปรแกรมแผนที่ สามารถปรับเปลี่ยนภาษาในการแสดงผลได้


 
NOSTRA MapThailand สื่อสารตอบโต้กับเราได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสเหนือกว่า APP อื่นๆ
1.แผนที่นี้จะให้ข้อมูลที่ใกล้เคียงกับตำแหน่งที่เราอยู่เพื่อนำทางเราไปในตำแหน่งที่ต้องการ
2.ความพิเศษอีกอย่าง เราสามารถคำนวณระยะทางได้มากกว่า 2 จุด ต่างจากที่ Google Maps ทำได้ เช่น จากจุด A ไป B ใช้ระยะเวลา ระยะทางเท่าใด
   แต่ APP นี้สามารถเพิ่ม จุด C จุด D ได้ถึง 5 จุด ทำให้สามารถตอบสนองต่อความยืดหยุ่นในการวางแผนทำงานได้อย่างดี
3.สามารถเรียกดูบริการที่เราต้องการ เพียงแค่เลือกใน APP เช่น ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน ที่อยู่ใกล้ที่สุด หรือจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว สถานีตำรวจ โรงพยาบาล
   ก็สามารถทำได้เพียงแค่คลิ๊กเลือก

           NOSTRA MapThailand กับข้อจำกัดเล็กๆน้อยๆ
1.แผนที่ยังมีการใช้ภาษาไทย ตัวสะกด หรือระดับการใช้ภาษาที่อาจผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่ยังคงสามารถแปลความหมายได้ เช่น โรงหนังสกาล่า
  ควรใช้เป็น โรงภาพยนตร์สกาล่า หรือจะเป็น วัดที่ใช้เครื่องหมาย ฯ ที่อาจสื่อความหมายผิด เช่น วัดพระศรีฯ อาจหมายถึง วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ
   วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นต้น
2.จากการอ่านความคิดเห็นในเว็บไซต์ Pantip.com บางส่วนให้ความเห็นตรงกันว่า APP ยังไม่ค่อยมีความเสถียร เมื่อใช้อยู่ๆ บางครั้งอาจปิดตัวเอง ทำให้ต้องเข้า
   ใหม่อีกครั้ง


NOSTRA MapThailand กับการนำไปใช้ 
การนำไปใช้กับตนเอง สำหรับตัวเองก็มีโอกาสได้นำไปใช้ในการค้นหาสถานที่ ที่เราไม่คุ้นเคย หรืออาจไม่เคยไปมาก่อน โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างจังหวัดที่มีระยะทางไกลๆ อย่างตอนที่ได้เดินทางไปวิเชียรบุรี ผู้เขียนก็มีโอกาสได้ใช้ App นี้ในการหาร้านอาหารไก่ย่างบัวตอง ซึ่งเป็นร้านไก่ย่างชื่อดัง สามารถเดินทางไปประสบความสำเร็จ จากการสังเกตพบว่าสามารถให้ข้อมูลที่ค่อนข้างแม่นยำ และระยะทางถูกต้อง พิมพ์ค้นหาได้ค่อนข้างง่าย รวดเร็ว รวมทั้งสนับสนุนระบบปฏิบัติการทั้ง Ios และ Android อีกด้วย 
การนำไปใช้กับการศึกษา สามารถนำไปใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ในสาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ ตามมาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ  และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันและกัน ในระบบของธรรมชาติ  ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์  สรุป และใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ในหลายช่วงชั้น เช่น ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ใช้แผนที่ แผนผัง  และภาพถ่ายในการหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ (แผนที่ ภาพถ่ายชนิดต่าง ๆ) ระบุลักษณะสำคัญทางกายภาพและสังคมของประเทศ เป็นต้น
 
นอกจาก NOSTRA MapThailand จะเป็น APP ที่ช่วยค้นหาสถานที่ เส้นทางการเดินทาง เก็บสถานที่สนใจไว้เป็น “ตำแหน่งของฉัน” และสามารถแชร์ตำแหน่งสถานที่ของคุณให้เพื่อนๆ ได้ง่ายๆ แล้วยังสามารถนำไปใช้กับการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจในเนื้อหาบทเรียน ทันโลก ทันสมัยมากยิ่งขึ้น  เทคโนโลยีสารสนเทศผ่าน APP ในโทรศัพท์ดีๆแบบนี้เพื่อนๆก็สามารถที่ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Ios และ Android ผ่าน App Store & Google Play ได้ฟรี !!
..................................................
ที่มาและเอกสารอ้างอิง
1. NOSTRA Map Thailand
    จาก www.nostramap.com/‎
2. เทคโนโลยีสารสนเทศ
    จาก http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/it/
.................................................

วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

More than art มากกว่าศิลปะ @ Moca Bangkok

More than art @ Moca Bangkok

      
          "ศิลปะ" มีความสำคัญเป็นอย่างมากและได้ถูกกำหนดให้นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็น ศาสตร์สำคัญที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สร้างจินตนาการ รู้จักในการชื่นชมความงาม มีสุนทรียภาพ ความมีคุณค่าในตนเองและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผลต่อคุณภาพ ชีวิตมนุษย์ กิจกรรมทางศิลปะช่วย พัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม ตลอดจน นำไปสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง อันเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพได้ และในวันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอแหล่งการเรียนรู้ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครที่ช่วย ส่งเสริมเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี คือ MOCA Museum of Contemporary Art  หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย
                  MOCA Museum of Contemporary Art  หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย เป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทวัตถุและอาคารสถานที่ หมายถึง วัตถุและอาคารสถานที่ ที่มีศักยภาพเป็นแหล่งความรู้ให้กับผู้เข้าศึกษาเรียนรู้ เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2555 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บบันทึกรวบรวมประวัติศาสตร์ทางศิลปะไทยที่น่าสนใจ เกิดขึ้นจากรากฐานทางวัฒนธรรมอันยาวนานและองค์ความรู้ทางศิลปะแบบสากล โดยจะเน้นงานเขียน ของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากรชาวเมืองฟลอเรนช์ ประเทศอิตาลี  ก่อให้เกิดเป็นงานศิลปะไทยร่วมสมัย ที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ว่าประเทศไทยเป็นชาติที่มีอารยะ
     
          วิสัยทัศน์          
เป็นรากฐานอันมั่นคงและช่วยส่งเสริมให้ "สังคมศิลปะ" ในประเทศไทยเจริญงอกงามในทุกแขนง

              พันธกิจ  
1. เพื่อให้ศิลปะและวัฒนธรรมไทยดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทย
2. เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมผลงานทางศิลปะที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของศิลปินไทย
3. เพื่อปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนไทยรักในงานวัฒนธรรมของตน
4. เพื่อเผยแพร่ผลงานศิลปะไทยสู่สาธารณะชนและอารยะประเทศ
5. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สร่างสรรค์งานศิลปะได้มีโอกาสแสดงแนวคิดของตนสู่สาธารณชน
6. เพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจได้ศึกษาและเรียนรู้รูปแบบการสร้างสรรค์ กลวิธีที่หลากหลาย แรงบันดาลใจของศิลปินแต่ละท่าน
  
      
                  ผู้เขียนมีโอกาสดีได้เรียนรู้และชมพิพิธภัณฑ์ในเดือนมกราคม 2557 ที่ผ่านมา โดยในช่วงนั้นพิพิธภัณฑ์
MOCA นำเสนอนิทรรศการถาวร ชุด “Art longa , vita brevis” หรือ ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น ซึ่งเป็นวลีประจำตัวของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากร ชาวเมืองฟลอเรนซ์ประเทศอิตาลี  ผู้มาขัดเกลาและดึงศักยภาพของลูกศิษย์แต่ละรุ่นให้เฉิดฉายออกมา โดยท่านได้วางหลักสูตรจิตรกรรมและประติมากรรมโดยอาศัยหลักวิชา Academic Art ที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน ก่อให้เกิดเป็นศิลปะร่วมสมัยและเป็นที่ยอมรับของนานาอารยะประเทศ จึงเป็นที่มาทำให้ลูกศิษย์ของท่านนำแนวคิดของท่าน มาสร้างสรรค์ผลงาน และร่วมกันจัดแสดงผลงานทั้งศิลปะไทย ศิลปะต่างประเทศในหลายแนวทาง อาทิ ศิลปะแนวเหมือนจริง ศิลปะกึ่งนามธรรม ศิลปะนามธรรม ศิลปะเพื่อชีวิต เป็นต้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน และกลุ่มผู้ชมวัยทำงาน ทั้งความงดวิจิตร ความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญคือการตีความภาพเขียนที่ศิลปินถ่ายทอดให้ผู้ชมขบคิดตามกันไป

“ยักษ์ต้นแบบ” ผลงานของคุณสมศักดิ์  รักษ์สุวรรณ
                    เมื่อเข้ามาถึงนิทรรศการแล้ว ภาพแรกที่ขอนำเสนอเป็นที่เตะตาน่าสนใจ คือ “ยักษ์ต้นแบบ” ผลงานของคุณสมศักดิ์  รักษ์สุวรรณ ผลงานที่มากกว่าภาพเขียนสีน้ำมัน สะท้อนให้เห็นว่ายักษ์อาจไม่จำเป็นต้องน่าเกลียด น่ากลัว ผมหยิก ตัวดำ ตาโปน ผิวหยาบ ดุร้ายที่เราเรียกว่ายักษ์ชั้นต่ำ หรือจะเป็นยักษ์ชั้นสูงมีรูปร่างสวยงาม มีเครื่องประดับ มีรัศมี เหมือนที่เราคิด แต่อาจอยู่ในคราบของคนที่ภายนอกหน้าตาดูดี แต่มีนิสัยเฉกเช่นเดียวกันกับยักษ์ ดุร้าย ชอบของสดคาว (เอาเปรียบไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจ ไม่เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ดูดเลือดดูดเนื้อกับผู้ที่ต่ำกว่า) จึงเป็นแง่คิดสอนให้วัยรุ่นที่คิดจะคบหากัน สังเกตแต่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูเนื้อใน นิสัยใจคอของคนๆนั้น เราก็อาจตกเป็นเหยื่อของคนกลุ่มนี้ได้ จึงเป็นแง่คิดสอนใจให้เรารู้จัก มองคนทั้งภายนอกและภายใน อย่ามองแต่เปลือก สอนให้เรารู้จักการเลือกรักใครสักคนอย่างมีสตินั่นเอง 

“ราตรีศรีมหานคร” ผลงานของคุณปรีชา ปั่นกล่ำ
                   “ราตรีศรีมหานคร” ภาพเขียนสีอะคริลิคของคุณปรีชา ปั่นกล่ำ ภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ชีวิตที่มีหลากหลายแนวทางของวัยรุ่นในสังคมที่เต็มไปด้วยสีสัน พลังที่มีอยู่ในตัววัยรุ่นสามารถสร้างสรรค์และแต่งแต้มให้เป็นสังคมที่เติมเต็มไปด้วยจินตนาการที่แปลกใหม่ ต่างไปจากเดิม อีกส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเร่งรีบของผู้คนในสังคมในการทำภารกิจชีวิตประจำวัน บางคนอาจจะไปทำงานเพื่อนำเงินมาใช้เลี้ยงปากท้อง เลี้ยงครอบครัว นักเรียนนักศึกษาก็ต้องเร่งรีบไปเพื่อที่จะไปเรียนหนังสือด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม แต่ภาพนี้ก็ทำให้เราได้เห็นถึงการยอมรับในวิถีของความเป็นมหานครไม่ว่าจะยากลำบากในการใช้ชีวิตเพียงใด เราก็ต้องเรียนรู้เพื่อจะปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ในมหานคร “กรุงเทพ” แห่งนี้ให้ได้และอยู่อย่างมีความสุข

“สนทนากับเธอ”
ผลงานของ
คุณประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์
                 “สนทนากับเธอ” ผลงานของคุณ ประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์ นำเสนอแนวคิด ถึงวัยรุ่นที่มักจะให้ความสำคัญกับแฟนหรือคนรักมากกว่าพ่อแม่ ไม่สนใจว่าแฟนจะเป็นอย่างไรนอกจากความรักที่มีมอบให้กันเท่านั้น จากภาพจะเห็นได้ว่าผู้ชายถึงแม้จะตายกลายเป็นโครงกระดูกแล้ว ผู้หญิงก็ยังโหยหาอาลัยและยังอยากคุยกับผู้ชายคนนั้นอยู่ โดยไม่คิดถึงความเป็นจริงว่าคนตายกับคนที่ยังมีชีวิต ไม่มีวันที่จะรักกันทางกายได้อีกต่อไป เหลือเพียงแต่ความทรงดีๆที่มอบให้กันเท่านั้น จึงเป็นข้อคิดสำคัญ ให้รู้จักอยู่กับปัจจุบัน ไม่ยึดติดกับอดีต ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดและรู้จักให้ความสำคัญกับคนที่เรารักอย่างเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป สิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่เราจะรักใครได้ ต้องรู้จักเริ่มที่จะรักตนเองให้เป็นก่อนที่เราจะไปรักทุ่มเทชีวิตให้กับคนอื่น
 
“การก้าวเดินของชีวิต” ผลงานของคุณเดชา บุญค้ำ
              “การก้าวเดินของชีวิต” ผลงานของคุณเดชา บุญค้ำศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2549 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) มีแนวคิดว่าคนเราเปลี่ยนแปลงเรื่องราวที่ผ่านพ้นมาในอดีตไม่ได้ แต่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ จงก้าวเดินต่อไป จงหาเป้าหมายของชีวิตตั้งแต่ตอนนี้ จงจับจ้องที่เป้าหมาย ไม่ใช่จับจ้องที่อุปสรรค แล้วชีวิตของเราก็จะก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและมีความสุข เพราะโลกทั้งโลกมักเปิดทางให้กับคนที่รู้ตัวว่าเขาจะเดินทางไปในทิศทางใด ขอให้ท่านจงเดินไปข้างหน้า ระยะทางหมื่นลี้ ย่อมเริ่มต้นจากก้าวแรกเสมอ ถ้าไม่กล้า...ก็ไม่มีวันเดินหน้า.... คนเราเมื่อไม่กล้าที่จะทำอะไร ก็ไม่ควรหวังว่าจะได้อะไร จงกล้าที่จะไปตามหาความฝันของตนเอง

 นอกจากภาพที่เราได้มีโอกาสนำมาให้ท่านได้ชมแล้ว ยังมีผลงานศิลปะอีกมากมายจากต่างประเทศให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศภายใต้แนวคิด “Art longa , vita brevis” หรือ ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้นเพราะศิลปะแนวทางนี้เป็นการผ่อนคลายอีกรูปแบบหนึ่ง โดยการระบายความรู้สึกนึกคิด หรือความคับข้องใจออกมา ความรู้สึกของมนุษย์นั้นมีทั้งความสุข ความทุกข์ ความเจ็บปวด ความฝัน และความหวัง ความรู้สึกเหล่านี้สามารถระบายออกได้ โดยผ่านสื่อทางศิลปะอย่างอิสระ รวมทั้งพัฒนาจิตใจ ให้เป็นคนที่มีสุขภาพจิตดี นอกจากการพัฒนาตนเองได้แล้ว ยังสามารถนำไปใช้ในการบูรณาการการจัดแสดงนิทรรศการ MOCA Museum of Contemporary Art  กับการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนการเรียนรู้ศิลปะตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551   ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
 
สาระที่ 1
ทัศนศิลป
มาตรฐาน ศ  1.1
สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรควิเคราะหวิพากษ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน
ตัวชี้วัด
ข้อที่ 8 วิเคราะห์และอภิปรายรูปแบบ เนื้อหาและคุณค่าในงานทัศนศิลป์ ของตนเอง และผู้อื่น หรือของศิลปิน
สาระการเรียนรู้แกนกลางตามตัวชี้วัด
การวิเคราะห์รูปแบบ เนื้อหา และคุณค่าในงานทัศนศิลป์

โดยการจัดเรียนการสอนผู้สอนอาจสอนเนื้อหาทฤษฎีและหลักการในวิเคราะห์รูปงานของงานทัศนศิลป์ให้กับนักเรียนก่อน รวมทั้งให้นักเรียนอภิปรายรูปภาพที่ผู้สอนอาจจัดเตรียมไว้ให้เพื่อเป็นการฝึก วิเคราะห์และอภิปราย  รูปแบบให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และเป็นไปตามแบบแผน หลังจากนั้นผู้สอนพานักเรียนไปทัศนศึกษาที่ MOCA Museum of Contemporary Art   และมอบหมายชิ้นงานให้นักเรียนเลือกรูปภาพที่สนใจ ถ่ายภาพชิ้นงานของศิลปินที่ชื่นชอบ และนำกลับไปวิเคราะห์ อภิปรายฝึกการตีความเป็นชิ้นงาน นักเรียนนำงานมาเสนอเพื่อนหน้าห้อง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ทำให้นักเรียนเกิดความรู้และคงทนในการจดจำ และนำไปต่อยอดสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ของตนเองต่อไปในอนาคต

 ผลการจัดการเรียนรู้ที่นักเรียนจะได้รับหากจัดการเรียนการสอนแบบดังกล่าว มีหลายประการ ได้แก่

1.  ด้านความรู้     ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในวิธีวิเคราะห์รูปแบบงานทัศนศิลป์ตามหลักการวิเคราะห์ที่ครูเป็นผู้ถ่ายทอด และรู้จักวิธีวิเคราะห์อย่างเป็นระบบในชิ้นงานของศิลปินที่ครูพาไปทัศนศึกษาและมอบหมายงาน
2.  ด้านเจตคติ   ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ชิ้นงานและแสดงออกทางความรู้สึก ความคิดเห็นของตนที่มีต่อชิ้นงานของศิลปิน โดยอาจเป็นไปในทางบวกหรือทางลบ ในลักษณะความชอบ ความพึงพอใจ ความสนใจ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยในทัศนะของตน
3.  ด้านทักษะ  ผู้เรียนมีทักษะในการวิเคราะห์ วิจารณ์ วิพากษ์ สังเคราะห์ ตีความ และประเมินค่า ชิ้นงานของศิลปินที่นำมาทำชิ้นงานของตนเอง และที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมชั้นเพื่อให้เกิดความคิดเห็นที่สร้างสรรค์อย่างหลากหลาย
4.  กระบวนการต่าง ผู้เรียนมีกระบวนแสวงหาความรู้ในการสืบค้นความรู้เพิ่มเติม สัญลักษณ์ สี และความหมายที่แฝงอยู่ในชิ้นงานศิลปะ เช่น สีแดงเข้ม หมายถึง ความมุ่งมั่น, ความคลั่งไคล้, ความโกรธ, ความตึงเครียด สีส้มแดง หมายถึง ความปรารถนา, เรื่องทางเพศ, ความแข็งกร้าว, การครอบครองเพิ่มเติมจากที่ผู้สอนได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนในชั้นเรียน
   

 จะเห็นได้ว่าในการไปเรียนรู้ที่ MOCA Museum of Contemporary Art  หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย มีประโยชน์ต่อตนเอง และการนำไปใช้จัดการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก หากท่านใดที่สนใจก็สามารถไปเยี่ยมชมได้ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย กรุงเทพ เข้าชมได้ทุกวันอังคาร วันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-18.00 น. ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตามแผนที่ด้านล่างนี้ อย่าพลาดโอกาสดีๆที่เราจะได้สัมผัสกับสุนทรียะของศิลปะ อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆของเราทุกคน
แผนที่เดินทางมายัง MOCA Museum of Contemporary Art  หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย
.............................................. 

ที่มาและเอกสารอ้างอิง
           1. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้และเครือข่าย
         จาก http://web.bsru.ac.th/~direkkung/lesson7
           2. Museum of Contemporary Art
         จาก http://www.mocabangkok.com/
           3. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
         จาก http://www.udompanya.in.th/content.php?content_id=28
..............................................
ธนพล กัณหสิงห์ รหัสนิสิต 54105010023
นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา มศว