Corner Magazine : มากกว่า ความรู้ ความสุข ความทรงจำ : )
|
Corner
ฉบับแรกในปี 2557 สรรหาบทความดีๆ
ประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตของคนเราที่แน่นอนว่ามี "มุม" ที่แตกต่างและหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยว อาหาร กิจกรรม งานอดิเรก การประดิษฐ์
หรือแม้แต่โชคชะตา ให้ผู้อ่านได้เรียนรู้เรื่องราวของเราไปพร้อมๆกัน
มีหัวข้อที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น
¬ Corner of Melody รู้จักกับชีวิตของเธอ “สาวิกา อัยรารัตน์”
¬ How 2 Exercise ใน Activities & Hobbies แรงบันดาลใจและเทคนิคการออก กำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง สาวๆ สนใจ ของ วิชชากร
เกิดแสงรัตน์
¬ Food & Travel ไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยว และร้านอาหารอร่อย ที่ทุกท่านไม่ ควรพลาด
¬ Fashions เลือกรองเท้าให้เหมาะกับตัวคุณใน
Choose your shoes ชอบความงามก็อย่าพลาด
Beauty
corner
¬ Story มุมมองที่น่าสนใจผ่านเรื่องราว
3 เรื่อง 3 รส เรื่องเล่าลึกลับ , ติ่ง และเรื่องเล่า ชาว BTS
ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่
Corner
ได้นำเสนอ ให้กับทุกท่านได้อ่านกัน ไม่ว่าจะเป็น Gadget
& IT Tips & D.I.Y. และ Horoscope
คอลัมน์ปิดท้ายที่มากกว่าการดูดวงคือวิธีเสริมดวงให้กับตัวคุณเอง
พาคุณไปเสริมสิริมงคลสำหรับคนเกิดปีชงที่ใครๆก็ทำได้ อย่าลืมติดตามกันให้จบทั้งเล่ม
คุณอาจจะพบว่ามีเรื่องราวดีๆอีกมากมายที่คุณยังไม่รู้จัก ยังไม่เคยได้ลงมือทำ
มีสถานที่อีกมากมายที่คุณยังไม่เคยได้เดินทางไป มีเทคนิคอีกมากมายที่คุณรู้แล้วอาจจะได้เอาไปใช้ในชีวิตจริง
เรียนรู้ไปพร้อมๆกันและขอให้ทุกท่านมีความสุขกับ Corner Magazine เล่มนี้นะครับ : )
|
|
บางส่วนจาก Editor’s NOTE โดย ธนพล กัณหสิงห์
บรรณาธิการ
|
กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับผู้อ่านทุกท่าน ในวันนี้จะขอนำเสนอความภาคภูมิใจอีกครั้งในการเรียนที่คณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา มศว แห่งนี้ เอกที่มากกว่าคำว่าการเป็นครู เพราะเราได้เรียนรู้กระบวนการต่างๆที่มากกว่าวิชาชีพครูในอนาคต แน่นอนว่าคงจะไม่พ้นกับการทำนิตยสาร เพื่อนๆหลายคนก็เคยได้ยินมาบ้างกับคำล่ำลือว่าในการทำนิตยสารนั้นทั้งยาก ทั้งเหนื่อย ได้เรียนรู้อะไรต่างๆอีกมากมาย ทั้งดีและไม่ดี มีเสียงหัวเราะ ความเครียด ความกดดัน แต่ท้ายที่สุดแล้วในวันนี้ อ๋อและทีมงานก็สามารถร่วมกันสร้างสรรค์นิตยสาร “Corner” ได้สำเร็จ...
ก่อนที่จะไปรู้ว่าทั้งหมดที่ทำมาได้ให้อะไรกับตัวอ๋อเองบ้าง ขอเล่าสั้นๆว่า Corner เป็นชื่อนิตยสารที่พวกเราสร้างสรรค์ขึ้น จากกลุ่มที่เกิดจากการเลือกหน้าที่ตามความถนัด ไม่ได้เลือกเพราะรักใครชอบใคร สนิทกับใคร พูดง่ายๆเลยว่า ได้มาทำงานกับเพื่อนที่ทั้งสนิทและไม่สนิท เคยคุยน้อยบ้าง มากบ้าง ความรู้สึกครั้งแรกตอนประมาณเดือนพฤศจิกายน 2556 ที่กำลังจับกลุ่ม อาจารย์ได้ให้เราลองเลือกดูว่าเราถนัดทำหน้าที่อะไร โดยที่อาจารย์จะบอกขอบข่ายกว้างๆให้เราได้ทราบพอสมควร หลักๆก็จะมี บรรณาธิการ นักเขียน ช่างภาพ กราฟฟิค ทั้ง 4 ตำแหน่งนี้ต่างก็มีความสำคัญต่างกันออกไป โดยส่วนตัวอ๋อแล้วได้เลือกเป็น บรรณาธิการ ขอบอกเลยว่าเป็นตำแหน่งที่สร้างความ ท้าทายให้กับการทำงานเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ หลังจากจับกลุ่มก็จะได้เพื่อนร่วมกลุ่มอีก 5 คน ในกลุ่มอ๋อ จะมีภารดี (ภา) – สิรี ทำหน้าที่กราฟฟิค นพดล (กาว) ทำหน้าที่ ช่างภาพ กษิดิศ (เบียร์ ชาย) -เกวลิน (เกว) ทำหน้าที่ นักเขียน โดยส่วนตัวอ๋อและเพื่อนสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนทุกคนในทีมได้อย่างดี มีปัญหาบ้างเล็กน้อย
พูดถึงการทำงานในกลุ่ม สำหรับตัวอ๋อ ที่เป็นบรรณาธิการ ความท้าทายมีอยู่ 2 อย่างหลักๆ อย่างแรก คือ เวลา ถึงแม้ว่าจะมีเวลาพอสมควรที่อาจารย์มอบหมายงานมาแต่ในช่วงปีที่ผ่านมามีปัญหาทางการเมืองมากมาย มีความไม่ปลอดภัยในการเดินทางที่จะลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล จึงทำให้ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องเวลา การแก้ไขของอ๋อ ก็จะเหมือนสลายกลุ่มชั่วคราวในการลงข้อมูลเก็บพื้นที่ หมายถึงการที่ให้สมาชิกลงพื้นที่เองทุกคนต้องมีส่วนร่วม ไม่เฉพาะนักเขียน ทั้ง บรรณาธิการ กราฟฟิค ช่างภาพ ทุกคนต้องเก็บข้อมูล ถ่ายภาพเอง (ถ้าสามารถทำได้ในความสามารถของตนเอง) กำหนดกรอบกว้างๆ ประชุมปรึกษางานกันให้เรียบร้อย หลังจากนั้นต่างคนต่างลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล ส่งให้อ๋อซึ่งเป็นบรรณาธิการตรวจสอบ และจัดทำต่อไป ในฐานะที่เราต้องเป็นผู้นำทั้งความคิดและการปฏิบัติของกลุ่ม จะพูดเสมอว่า “เราแต่ละคนต้องรับผิดชอบและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว” ถ้าแต่ละคนสามารถรับผิดชอบในส่วนของตัวเองได้ ผู้ที่ทำหน้าที่ต่อจากเรา ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบแก้ไขโดยบรรณาธิการ หรือการออกแบบโดยกราฟฟิค ก็จะสามารถทำต่อไปตามกำหนดวันและเวลาให้เป็นไปตามเป้าหมาย ในกรณีที่เป็นคอลัมน์ใหญ่ คอลัมน์สัมภาษณ์ เราแต่ละคนก็จะร่วมกันลงพื้นที่เพื่อไปสัมภาษณ์จัดหาสถานที่ อุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่มีการเกี่ยงงาน ซึ่งอ๋อถือว่า เป็นคุณลักษณะที่ดีที่มีอยู่ในตัวสมาชิกของกลุ่ม ปัญหาที่สอง คือ เรื่อง คน แน่นอนว่าคนเรามีความแตกต่างระหว่างบุคคล สมาชิกในกลุ่มอาจจะส่งงานไม่ตรงตามกำหนด ส่งงานล่าช้าบ้าง หรือส่งงานไม่มีคุณภาพมาบ้าง แต่ปัญหานี้มีเพียงเล็กน้อย อ๋อก็จะใช้หลักเพื่อนคุยกับเพื่อน คือ ไปถามดีๆ ถามตรงๆ แบบตัวต่อตัว ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่อย่างไร รวมทั้งเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่มก็จะเตือนสติ วิธีการนี้ใช้ได้ผลค่อนข้างดีเลยทีเดียว
Corner Magazine มากกว่าความรู้ มีความรู้มากมายที่เกิดขึ้นในการทำนิตยสารของอ๋อ เริ่มจากความรู้ที่ได้รับที่สอดคล้องกับรายวิชา ได้รู้ว่าก่อนจะมาเป็นนิตยสารสักเล่มต้องผ่านกระบวนการมากมาย โดยเฉพาะการเลือกคอลัมน์ว่าแบบใดน่าสนใจ การกำหนดขนาดคอลัมน์ว่าเนื้อหาประเภทนี้ควรมีความยาวมากแค่ไหน ถามว่าอ๋อรู้ได้อย่างไรในบางเรื่องที่อาจไม่ได้เรียนในชั้นเรียน ความรู้ส่วนนี้เกิดจากการที่อ๋อต้องไปศึกษานิตยสารเล่มอื่นจำนวนพอสมควรแล้วดูว่า ในนิตยสารเล่มนั้นๆมีการแบ่งส่วนเนื้อหาประมาณไหนอย่างไร ทดลองอ่านว่าเราอ่านประมาณนี้จะได้รับความรู้หรือไม่ อ่านแล้วเบื่อหรือสนุกชวนติดตามต่อ แม้แต่ความรู้ทางกระบวนการจัดพิมพ์ที่แต่ก่อนเวลาอ๋อเปิดโปรแกรมมาไม่เคยสนใจการตั้งค่าสี ในวันนี้ก็รู้แล้วว่าการพิมพ์จากโรงพิมพ์ต้องตั้งแบบ CMYK เพราะเป็นมาตรฐานค่าสีของเครื่องพิมพ์ ในเรื่องนี้รู้มาจากเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง ความรู้ด้านการตั้งค่าหน้ากระดาษว่าควรตั้งแบบใดเพื่อการตัดตก เป็นสิ่งที่ถ้าไม่ลงมือปฏิบัติอ๋อก็จะไม่ได้เกิดการเรียนรู้ว่าเราต้องทำอย่างไร แก้ปัญหาอย่างไรให้ผ่านไปได้ นอกจากความรู้ในรายวิชาเรียนแล้ว ความรู้ในคอลัมน์การทำนิตยสารเรื่องที่ลงพื้นที่ก็เป็นความรู้ที่มีความคงทนเพราะเราได้ไปสัมผัสเอง เช่น อ๋อเคยสงสัยว่าทำไมเวลาคนจีนทำพิธีปัดเป่าปัดหน้ากับเทพเจ้าองค์ต่างๆ ต้องทำหลายครั้งบางครั้งอาจทำถึง 12 ครั้ง หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ทำคอลัมน์แก้ปีชง และสอบถามผู้รู้ก็ได้ทราบว่าการปัดเป่า 12 ครั้งนั้น เป็นตัวแทนของแต่ละเดือน ปัดครั้งที่ 1 หมายถึงให้สิ่งที่ไม่ดีในเดือนมกราคมออกไป สิ่งดีๆจงเข้ามาทำเช่นนี้ไปจนถึงเดือนธันวาคม หรือจะเป็นเรื่องศิลปะ ที่ได้ลงพื้นที่ที่ Moca Bangkok อ๋อก็เคยอยากจะรู้ว่าศิลปินมีวิธีวัดอารมณ์ความรู้สึกในภาพอย่างไรเวลาอธิบาย เช่นให้ความรู้สึกโลดแล่น โผงผาง ตรงนี้ก็ได้รู้ว่าส่วนใหญ่จะใช้เกณฑ์ด้านสีและเส้นมาให้คำอธิบาย สีแดงเข้ม หมายถึง ความโกรธ บ้าคลั่ง ความมุ่งมั่น ความกล้าหาญ ผู้นำ ความใคร่ สีส้มเข้ม หมายถึง หลอกลวง, ไม่ไว้วางใจ. สีส้มแดง หมายถึง ความปรารถนา เหล่านี้เป็นเกร็ดความรู้ที่ถ้าไม่ลงไปสัมผัสก็จะไม่มีวันสัมผัสได้เลย ถือเป็นความรู้ใหม่ที่ทำให้อ๋อได้เรียนรู้ และจดจำ
Corner Magazine มากกว่าความสุข มีความสุขมากมายที่เกิดขึ้นในการทำนิตยสารของอ๋อ ความสุขที่ได้เรียนรู้กับการทำงานกับเพื่อนที่เราทั้งสนิท และไม่สนิท อย่างที่ได้บอกไปแล้วนะครับว่ากลุ่มอ๋อมีทั้งหมด 6 คน ภากับเกว ปกติอ๋อคุยด้วยอยู่แล้วจึงไม่ยากที่จะทำงานร่วมกัน แต่ เบียร์ สิรี และกาว เป็นเพื่อนในชั้นที่อ๋อไม่ได้คุยบ่อย ตอนแรกอ๋อก็กลัวว่าจะมีปัญหาในการทำงาน กลัวคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะเราไม่รู้นิสัยของแต่ละคนแต่ในวันนี้อ๋อรู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเพื่อนทั้ง 3 คนนี้มาก โดยเฉพาะกาว ที่อ๋อไม่เคยรู้ว่ากาวจะถ่ายรูปได้สวยไม่แพ้ใครในเอก กาวสามารถรับผิดชอบงาน ช่วยเพื่อนลงพื้นที่ มีความอดทน และไอเดียดีๆ มากมายที่ทำให้อ๋อได้เรียนรู้นำมาพัฒนางาน ถึงแม้ว่ากาวจะเป็นช่างภาพแต่ก็ช่วยมาตรวจบทความช่วยอ๋อ ให้ความเห็นเรื่องต่างๆเช่นการใช้ไม้ยมก มากเกินไป ส่วนสิรีนั้นอ๋อรู้สึกดีใจที่ได้เพื่อนดีๆมาอยู่ในกลุ่มเพราะสิรีเอ่ยปากตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่าทำกราฟฟิคไม่เก่ง แต่ก็ช่วยสุดความสามารถรับผิดชอบทำกราฟฟิคจนถึงจบเล่ม โดยที่ไม่บ่นสักคำ และสามารถจัดหน้าต่างๆได้ดีเลยทีเดียว จึงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นเลยว่าไม่มีอะไรจะชนะความพยายามและตั้งใจของสมาชิกในกลุ่มได้จริงๆ สำหรับเกวอ๋อ รู้สึกขอบคุณที่เกว คอยให้กำลังใจอ๋ออยู่ตลอดไม่ว่าจะบ่น หรือจะรู้สึกอย่างไร คำว่า สู้ๆ ของเกวที่พิมพ์มาใน Facebook หรือพูดต่อหน้าเป็นกำลังใจที่ทำให้อ๋อสู้ในการทำงานต่อ เกวเป็นคนที่ทำให้อ๋อตื่นตัวในการทำงานมากเพราะเธอจะส่งคอลัมน์มาให้ช่วยตรวจเร็วที่สุดและส่งมาถี่ยิบ อีกคนที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษ คือ ภา เพราะภาขยันที่สุด รับผิดชอบที่สุด เธอคนนี้สามารถนั่งทำกราฟฟิคตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง เที่ยงคืน เพื่อเร่งให้งานเป็นไปตามเวลา และส่งมาให้อ๋อตรวจ คอยกระตุ้นให้เพื่อนส่งคอลัมน์มาให้อ๋อตรวจเพื่อจะส่งให้ภาทำกราฟฟิคร่วมกับสิรีได้ ความสุขที่เกิดจากความรู้สึกของคนยากที่จะประเมินค่า ประเมินราคา แต่จะรู้สึกด้วยหัวใจของเราเอง
Corner Magazine มากกว่าความทรงจำ มีความทรงจำมากมายที่เกิดขึ้นในการทำนิตยสารของอ๋อ ความทรงจำครั้งนี้อาจจะมีค่ามีราคาสักหน่อย คือวันที่ไปลงพื้นที่สัมภาษณ์คอลัมน์ใหญ่ Corner of Melody มีเหตุการณ์กล้องหายเกิดขึ้น จากการที่ภาและเพื่อนได้นั่งรถแท็กซี่ มาที่สถานีรถไฟพหลโยธิน เป็นกล้อง DSLR ของภา ทำตกไว้ในรถแท็กซี่ แต่ด้วยความที่ภานัดคนสัมภาษณ์ไว้และไม่อยากผิดคำพูด และเสียเวลาผู้ให้สัมภาษณ์ ภาก็มีสปิริตแรงกล้า เก็บข้อมูลลงพื้นที่คอลัมน์ จนเสร็จใช้เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมงกว่าจะเรียบร้อย หลังจากนั้นเพื่อนในกลุ่มก็ไล่เรียงไปขอดูกล้องวงจรปิดจากสถานีรถไฟตรงนั้นก็ไม่สามารถจับภาพทะเบียนรถไว้ได้ จึงนั่งรถย้อนกลับมาดูกล้องวงจรปิดจุดอื่นๆ อีก หลังจากที่ทราบจุดที่จะดูกล้องวงจรปิด ก็ต้องเดินทางไปที่สถานีตำรวจสะพานควายเพื่อแจ้งความและขอลงบันทึกประจำวัน นำใบแจ้งความไปยื่นที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด ทว่าถึงบัดนี้เรื่องราวการตามหากล้องก็ยังไม่วี่แวว Coner เล่มนี้จึงอาจมีราคาแพงสักหน่อย ในวันที่อ๋อได้เอานิตยสารที่เกือบจะเสร็จสมบูรณ์ไปให้อาจารย์นัทธีรัตน์ดู อาจารย์ได้พูดแทรกข้อคิดเล็กๆว่า ต้องทำนิตยสารให้คุ้มค่านะกับกล้องที่หายไป อ๋อขอตอบไว้ในใจลึกๆว่า เราทุกคนต่างสร้างสรรค์นิตยสารเล่มนี้ในหัวข้อที่ใจเรารัก และเราอยากทำ ถึงบางครั้งหัวข้อนั้นเราอาจไม่ชอบแต่เราก็จะเปิดใจรับสิ่งใหม่ เราจึงเต็มที่ที่สุดกับงานครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะคะแนนเพียงอย่างเดียว แต่คือประสบการณ์ที่จะสร้างให้เราเป็นคนที่ไม่ใช่แค่มีความรู้ แต่ให้เรารู้จักประสบการณ์ ทักษะชีวิต เผื่อในอนาคตข้างหน้าเราอาจจะได้อยู่ในสายงานนี้ก็เป็นได้ พวกเราทุกคนจึงมีความทรงจำที่ผูกพันกับ Corner Magazine และถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ จากหัวใจ จากผลงานของสมาชิกในกลุ่มทุกคน
Corner Magazine จึงเป็นบทสรุปเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้อ๋อได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการทำหนังสือ 1 เล่ม มิตรภาพ ความรู้ที่ได้รับเกิดขึ้นมากมายในระยะเวลาหลายเดือน เป็นความทรงจำในลมหายใจที่สามารถเล่าให้ใครฟังได้อีกนานแสนนาน ท้ายสุดนี้ อ๋อขอขอบคุณ อาจารย์ ดร.นัทธีรัตน พีระพันธุ์ ที่มอบหมายงานชิ้นนี้ให้กับนิสิต อาจารย์เชื่อในฝีมือของลูกศิษย์อาจารย์เสมอ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ ที่ทำให้งานในครั้งนี้ออกมาประสบความสำเร็จที่มีความภาคภูมิใจเป็นสิ่งที่เก็บไว้ในความทรงจำครับ : )
.........................................................................................
บทความโดย
ธนพล กัณหสิงห์ รหัสนิสิต 54105010023
นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา มศว
.........................................................................................














